Follow by Email

2013/08/02

ในที่สุดก็ได้เปิดหน้าร้านสมใจ


จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่น่าเชื่อว่าเราจะทำได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2555 Irisa ถือกำเนิดขึ้น
Irisa เป็นคำเเทนของ อาร์ทเเละพิม (ที่มาของชื่อไอริสาน่าจะจำกันได้นะคะ ตามลิงค์นี้เลย Irisa it mean) ที่จับมือกันเขียน Blog รีวิวเครื่องสําอางเเละแฟชั่น
และเรื่องราวการออกเเบบผ้าพันคอเเละเครื่องประดับ จากข้างต้นที่กล่าวมาจึงได้ชื่อ Irisa ที่ตั้งขึ้นให้เก๋ๆในการเขียนบล็อคและเรียกง่ายค่ะ

Irisa by Art and Pim ไอริสาคำเดียวมีคนใช้พอสมควร เลยต้องมีคำต่อท้าย เพื่อจะนำเสนอผ้าคอเลคชั่นแรกที่ถือกำเนิดขึ้นเดือนเมษายน 2555
ไหนๆก็ออกแบบมาละ ผลิตใช้เองจนเป็นที่พอใจ ก็ถึงเวลาลองทำขาย

Irisa Collection เป็นบทสรุปต่อยอดของคอเลคชั่นต่อๆมาที่แสดงความเป็นไอริสา เมื่อทำCollection2 สำเร็จจะขึ้นCollection3 อยากโกอินเตอร์บ้างค่ะ
จึงได้ทำเวปไซด์ดอทคอมอย่างเป็นทางการชื่อว่า IrisaCollection.com (หวังว่าจะหายสับสนกันนะคะ ในการตั้งชื่อของเราค่ะ 5555)

Irisa Collection จึงเกิดจาก ความชอบเรื่องแฟชั่นผ้าพันคอและเครื่องประดับของเราสองคน ที่เห็นสินค้าในท้องตลาดแล้ว "รู้สึกว่า เราก็ทำได้นะ"
แต่ไอที่ว่าเราก็ทำได้นะเนี่ยทำยังไง ถ้าทำเหมือนๆคนอื่นเค้าก็อย่าเลยดีกว่าซื้อเค้าเอาง่ายกว่าจริงมิคะ ฉะนั้นงานที่เราออกแบบและคิด จะต้องแตกต่าง ไม่มีในท้องตลาด
มาลองทำด้วยกันไหม? แค่ประโยคไม่กี่ประโยคทำให้เราสองคนจับมือกันสร้างสรรค์ผลงานทั้งที่ไม่คิดว่ามันจะสำเร็จและมาได้ไกล
การสานฝันของเราในการออกแบบ ออกแบบไปออกแบบมาจากคอเลคชั่นแรกที่ไม่รู้ว่าจะรอดม๊ายยยยย เพราะแค่คำว่าอยากทำ ลองดูมะ จนตอนนี้เราทำออกมา 5 Collection แล้วค่ะ

เมื่อเราทำงานร่วมกันมาได้เกือบจะครบปีความชัดเจนในตัวตนของเรา ในตัวแบรนด์ที่เราพยายามสร้างขึ้นมันก็ชัดเจน เห็นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เป็นแบรนด์ที่ออกแบบและผลิตสินค้าแฟชั่น จำพวก
ผ้าพันคอ (Scarves) เครื่องประดับ (Jewelries) อาทิ แหวน (Rings) และต่างหู (Earrings) และเคสมือถือสมาร์ทโฟน (Smartphone cases)
โดยเน้นลวดลายที่ออกแบบอย่างมีเรื่องราว (Story-Based) ให้ออกมาในโทนสีหวาน สดใสแบบพาสเทล (Pastel) และมีกลิ่นอายของวินเทจ (Vintage)
โดยสินค้าทั้งหมดจะถูกออกแบบมาเป็นคอเลคชั่น (Collection)

จนมาวันนึงเมื่อเราออกผ้าคอเลคชั่น 3 เสร็จได้ไม่นานทางเซ็นทรัล ลาดพร้าวก็โทรมาติดต่อให้เรามาตั้งขายสินค้าค่ะ ช่วงนั้นตกใจมากจริงๆ ไม่คิดว่าสินค้าของเราจะเข้าเกณฑ์ แถมเซ็นทรัลก็เป็นห้างใหญ่ แถวบ้านที่สองนางเดินเล่นกันตั้งแต่เด็กประหนึ่งเหมือนบ้านหลังที่สอง เคยแค่คิดเล่นๆว่าสักวันฉันจะมีshopให้ได้เหมือนคนอื่นเค้าบ้าง นึกว่าจะรออีกสักปี สองปีถึงจะพร้อม แต่ถ้าโอกาสมาแล้วไม่ลองคงเสียดาย^^ ที่สำคัญทางห้างเป็นคนติดต่อเรามาเองอีก ด้วยผลิตภัณฑ์ของเราที่น่าสนใจ และคุณภาพ + ความเป็นเอกลักษณ์ที่เค้าเล็งเห็น ณ ตอนนั้นเวลาตัดสินใจและเตรียมตัวน้อยมาก เพราะตอนแรกคิดว่าจะไปออกงานแฟร์ที่สิงคโปร์กับมาเลเซียค่ะ โอกาสมาพร้อมกัน 2 อย่าง แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเลือกที่จะมาเปิดหน้าร้านรถเข็นที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว อยากจะบอกว่าสองนางดีใจกันเว่อร์ๆอ่ะค่ะ สิ่งที่ฝันกำลังจะกลายเป็นจริงอีกก้าว นี่เราจะมีร้านของตัวเองแล้วจริงๆหรออ นี่เป็นโอกาสและบททดสอบอีกอย่างเพราะมันเป็นอีกก้าวที่จะทำให้เราได้ลองตลาดและเจอกับลูกค้าจริงๆ

เหตุฉะนี้จึงทำให้ไอริสามีหน้าร้านเกิดขึ้นที่ชั้น 2 เซ็นทรัลลาดพร้าว ข้างๆเดลี่ควีน อย่างไม่คาดคิดค่ะ